ถ้าไม่อยากเหนื่อยหน่ายใจกับปัญหาคนเช่าไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายแล้วล่ะก็ ผู้ให้เช่านั้นต้องทำสัญญาการปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์อย่างละเอียดรอบคอบระบุในสิ่งที่ต้องการที่สุด ถ้าหากพลาดพลั้งทำสัญญาไม่ละเอียดก็ยิ่งเป็นการเปิดช่องโหว่ของตัวสัญญาให้คุณไม่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างและทำให้คุณเองนั้นต้องเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์ด้วยค่ะ และถ้าหากเกิดกรณีผู้เช่านั้นทำผิดจะได้มีหลักฐานในการอ้างอิงหรืออ้างเงื่อนไขในสัญญาเช่าได้นั่นเอง

ในสัญญาการปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์นั้นควรระบุในเรื่องของค่าเช่าและกำหนดเวลาที่ต้องจ่ายเงินรวมทั้งเงือนไขในการชำระเงินด้วย โดยถ้าผู้เช่านั้นต้องเสียค่าปรับหากจ่ายค่าเช่าล่าช้า โดยส่วนใหญ่ต้องจ่ายในวันที่ 1 ของทุกเดือนปกติจะออกหนังสือทวงให้ชำระภายในวันที่ 5 ตอนห้าโมงเย็น โดยถ้าเกินอาจต้องจ่ายค่าปรับเท่านั้นเท่านี้ และถ้าไม่ชำระเงินค่าเช่าเลยประมาณ 1-3เดือนผู้ให้เช่ามีสิทธิยกเลิกสัญญาเช่าได้และในสัญญาควรกำหนดจำนวนเงินประกันการเช่าก่อนให้เช่าที่ต้องเรียกเก็บ เพื่อประกันความเสียหาย และค่าใช้จ่ายทำความสะอาดกรณีผู้เช่าย้ายออก โดยต้องระบุด้วยว่าเงินมัดจำนั้นไม่มีดอกเบี้ยและไม่สามารถนำมาชำระเป็นค่าเช่าบ้าน ต่อมาเป็นเรื่องของระยะเวลาการเช่า ระบุระยะเวลาการเช่า การต่ออายุสัญญาการปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์ หรือเงื่อนไขการเลิกสัญญาเช่า เช่น แจ้งล่วงหน้ากี่เดือน ถ้าไม่แจ้งคือล่วงหน้า 1 เดือนตามข้อบังคับของกฎหมายเงื่อนไขการเช่าจำนวนของผู้เช่ายิ่งมาก ยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าได้มาก ทางที่ดีผู้ให้เช่าควรกำหนดจำนวนผู้อยู่อาศัย หากมีจำนวนเกินกว่าที่ระบุในสัญญา ผู้เช่าต้องแจ้งผู้ให้เช่าทราบและเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มตามที่กำหนดไว้ และยังต้องระบุรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆใช้ชัดเจนด้วยไม่ว่าจะเรื่องรถยนต์ สัตว์เลี้ยง เป็นต้นในส่วนของการต่อเติมซ่อมแซมควรระบุสิทธิผู้ให้เช่าสามารถเข้าไปภายในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าได้ ในกรณีการตรวจสอบซ่อมแซมหรือให้บริการ เช่น การนำช่างไปซ่อมบำรุง โดยต้องแจ้งล่วงหน้ากับผู้เช่าอย่างน้อย 2 วัน พร้อมผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเคเบิ้ลทีวีจะระบุให้ผู้เช่าจ่าย และที่สำคัญต้องบ่งบอกในกรณีบอกเลิกสัญญาด้วยว่า ผิดสัญญาเรื่องอะไรค่ะ

นี่คือรายละเอียดที่สำคัญที่ควรระบุไว้ในสัญญาการปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์ค่ะ เพื่อให้ผู้ให้เช่าและผู้เช่านั้นปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างเคร่งครัดค่ะ และป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลังด้วยค่ะ จึงถือว่าการระบุรายละเอียดในสัญญานั้นทำให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นดูรัดกุมและสำคัญมากขึ้น